ในปัจจุบันโยคะมีหลายรูปแบบมาก อยากทราบว่า แท้จริงแล้วโยคะ มีกี่รูปแบบคะ
ก่อนอื่นไม่ว่าจะหลากหลายแค่ไหน โยคะมีแก่นเดียวคือ ยกระดับจิตจนเป็นสมาธิ เพื่อเข้าสู่การเป็นอิสระหลุดพ้นจากความไม่รู้หรืออวิชชา เมื่อศาสตร์โยคะสืบทอดมาเรื่อยๆ จากครูสู่ศิษยืจำนวนมากขึ้นๆจึงเริ่มเกิดความแตกต่างในรูปแบบการปฏิบัติ(แค่แก่นเดิม) เลยเกิดเป็นสายนั้นสายนี้ตามจริตอันหลากหลายของผู้สนใจนั่นเอง นักวิชาการโยคะมีความพยายามที่จะจัดสายต่างๆนี้ให้เป็นหมวดหมู่ให้เป็นระบบ ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาทำความเข้าใจมิใช่เพื่่อแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแต่อย่างใด ตัวผู้ตอบเองชื่นชอบการจัดหมวดหมู่ของดร.กาโรเต้ครูโยคะอินเดียและขอนำมาฝากกันณที่นี้ ท่านเสอนว่าโยคะแบ่งได้2กลุ่ม 1 กลุ่มที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องปราณ (ปราณาสัมยามะโยคะ) ปราณในที่นี้รวมทั้งลมหายใจและพลังชีวิต เช่น กุณฑาลินีโยคะซึ่งเป็นพลังปราณชนิดหนึ่ง ลยะโยคะที่ให้ความสำคัญกับเสียงภายในอันเกี่ยวเนื่องกับปราณ หฐโยคะที่เน้นการฝึกให้ร่างกายมีความปลอดโปร่งมีความโล่งทำให้พลังปราณไหลเวียนได้ดี ฯลฯ 2 กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการการพัฒนาจิตการพัฒนาความคิด (ภาวนาโยคะ) เช่น กรรมโยคะ การทำกรรมดีไปเรื่อยๆเพื่อขัดเกลาจิตตนเอง ภักติโยคะ การให้ความสำคัญกับศรัทธาจนนำไปสู่การขัดเกลาจิตตนเอง ชญาณโยคะ การใช้ความคิดพิจารณาไตร่ตรองจนเกิดการยกระดับจิตใจ ฯลฯ ทั้งหมดนี้นำมาจากหนังสือ ศาสตร์และศิลป์แห่งโยคะ ซึ่งแปลโดยอ.วีระพงษ์และอ.จิรวรรณ หากสนใจลองหาอ่านได้
ส่วนนักวิชาการท่านอื่นอาจแบ่งรูปแบบการฝึกโยคะต่างไปจากนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดเรื่องถูก ขอให้มันทำให้เราเข้าใจโยคะมากขึ้น เอ้อต่อการฝึกปฏิบัติของเรามากขึ้น ให้เราเข้าสู่เป้าหมายสูงสุดของโยคะได้โดยลัดสั้นที่สุดนั่นเอง
ดีจังเลยครับ อาจารย์ลงมาตอบเองเลย ขอบพระคุณครับ
ก่อนอื่นไม่ว่าจะหลากหลายแค่ไหน โยคะมีแก่นเดียวคือ ยกระดับจิตจนเป็นสมาธิ เพื่อเข้าสู่การเป็นอิสระหลุดพ้นจากความไม่รู้หรืออวิชชา
เมื่อศาสตร์โยคะสืบทอดมาเรื่อยๆ จากครูสู่ศิษยืจำนวนมากขึ้นๆจึงเริ่มเกิดความแตกต่างในรูปแบบการปฏิบัติ(แค่แก่นเดิม) เลยเกิดเป็นสายนั้นสายนี้ตามจริตอันหลากหลายของผู้สนใจนั่นเอง
นักวิชาการโยคะมีความพยายามที่จะจัดสายต่างๆนี้ให้เป็นหมวดหมู่ให้เป็นระบบ ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาทำความเข้าใจมิใช่เพื่่อแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแต่อย่างใด
ตัวผู้ตอบเองชื่นชอบการจัดหมวดหมู่ของดร.กาโรเต้ครูโยคะอินเดียและขอนำมาฝากกันณที่นี้ ท่านเสอนว่าโยคะแบ่งได้2กลุ่ม
1 กลุ่มที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องปราณ (ปราณาสัมยามะโยคะ) ปราณในที่นี้รวมทั้งลมหายใจและพลังชีวิต เช่น กุณฑาลินีโยคะซึ่งเป็นพลังปราณชนิดหนึ่ง ลยะโยคะที่ให้ความสำคัญกับเสียงภายในอันเกี่ยวเนื่องกับปราณ หฐโยคะที่เน้นการฝึกให้ร่างกายมีความปลอดโปร่งมีความโล่งทำให้พลังปราณไหลเวียนได้ดี ฯลฯ
2 กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการการพัฒนาจิตการพัฒนาความคิด (ภาวนาโยคะ) เช่น กรรมโยคะ การทำกรรมดีไปเรื่อยๆเพื่อขัดเกลาจิตตนเอง ภักติโยคะ การให้ความสำคัญกับศรัทธาจนนำไปสู่การขัดเกลาจิตตนเอง ชญาณโยคะ การใช้ความคิดพิจารณาไตร่ตรองจนเกิดการยกระดับจิตใจ ฯลฯ
ทั้งหมดนี้นำมาจากหนังสือ ศาสตร์และศิลป์แห่งโยคะ ซึ่งแปลโดยอ.วีระพงษ์และอ.จิรวรรณ หากสนใจลองหาอ่านได้
ส่วนนักวิชาการท่านอื่นอาจแบ่งรูปแบบการฝึกโยคะต่างไปจากนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดเรื่องถูก ขอให้มันทำให้เราเข้าใจโยคะมากขึ้น เอ้อต่อการฝึกปฏิบัติของเรามากขึ้น ให้เราเข้าสู่เป้าหมายสูงสุดของโยคะได้โดยลัดสั้นที่สุดนั่นเอง
ดีจังเลยครับ อาจารย์ลงมาตอบเองเลย ขอบพระคุณครับ
แสดงความคิดเห็น