ในการทำท่าแอ่นหลังท่าต่างๆ เช่น ท่าอูฐ. ท่าสะพานโค้ง. หรือท่างู และท่าอื่นๆ ในตระกูลนี้ อะไรคือพื้นฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับร่างกาย ในการทำท่าเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ บริเวณหลังส่วนล่าง ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากๆ ในผู้ฝึก
โยคีเอ้อระเหย
จริงๆ การฝึกโยคะก็คือการบริหารกระดูกในทิศทางต่างๆ เช่น ก้ม เงย(แอ่น) เอียงซ้ายขวา บิด เพื่อให้กระดุกสันหลังเคลื่อนไหว ข้อต่อเส้นเอ็นเส้นประสาท ที่อยู่ตามกระดูกสันหลังก็ได้มีการยืดหยุ่นเคลื่อนไหว หรือคือการบริหารนั่นแหละครับ การทำเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ ถ้าเป็นหลักของสถาบันคือ นิ่ง สบาย ใช้แรงแต่น้อย มีสติ คือเราทำท่าไหนก็แล้วแต่ เคลื่อนไหว ช้าๆ และจังหวะที่ต้องค้าง(นิ่ง)ต้องอยู่ในจุดที่ตัวเองรู้สึกสบาย ไม่ฝืนเกินไปจนบาดเจ็บแต่ไม่ย่อหย่อน ที่สำคัญต้องมีสติ เพราะถ้าเรามีสติ เราจะรับรู้ว่าร่างกายส่วนที่เรากำลังทำ ตึงหรือเกร็งเกินไปไม๊ เจ็บแบบกล้ามเนื้อไม่เคยฝึกมาก่อน หรือเจ็บแบบบาดเจ็บจากการฝืน และมีสติเราก็จะรู้ได้ว่าเราฝึกเพื่อเรียนรู้ตัวเอง ไม่ต้องไปแข่งกับตัวเองว่าต้องทำให้ได้มากกว่าเมื่อวาน ไม่ต้องไปแข่งกับผู้อื่นว่าต้องตัวอ่อน หัวต้องติดเข่าเท่าเขา เร็วกว่าเขา ต้องได้เท่าครูฝึกสอน ขอให้เรามีความสุขในการฝึก ในการเคลื่อนไหว ได้แค่ไหนก็มีความสุขตรงนั้น ไม่ใช่ว่าต้องหัวติดเข่าก่อนถึงจะมีความสุข ต้องทำท่างูขึ้นได้สูงกว่าใครแล้วจะสุขมาก เท่านี้ก็น่าจะไม่บาดเจ็บนะครับ กรณีที่บาดเจ็บเพราะมีโรคประจำตัว เช่นหมอนรองกระดูกอักเสบ น่าจะต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางครับ ***ผมเป็นเพียงแค่เจ้าหน้าที่สถาบันไม่ได้มีความรู้มากมายรบกวนสอบถามจากครูบาอาจารย์อีกทีครับ ถือว่าเข้ามาแลกเปลี่ยน*** บอมบ์
back-bending ต่างๆที่พูดมานั้น การบาดเจ็บส่วนมากก็คือการเกิดการบีบอัดบริเวณหลังส่วนล่าง ดังนั้นการหลีกเลี่ยงก็คือการดูที่ความพร้อมและความยืดหยุ่นของร่างกายผู้ฝึกเป็นหลัก เช่น Camel pose เอนได้แค่ไหนก็แค่นั้น หากต้องการลงได้มากๆก็ต้องหมั่นฝึกแต่ก็ต้องยึดหลักว่าถนอมร่างกายด้วย เพราะบาดเจ็บแล้วเจ็บนาน หรือ ท่าSpine series ก็เช่นกัน ค่อยๆขึ้น ขึ้รได้ทีละน้อยก็ค่อยๆฝึกไปจนกว่าหลังเราจะแข็งแรงก็จะทำได้ลึกขึ้น มากขึ้น ขอให้ร่างกายเราเป็นครูที่แท้จริง
มีเทคนิคมาแชร์เล็กน้อยเกี่ยวกับพวก back-bending และ Spine series เวลาเข้าท่า พยายามยืดข้อต่อกระดูกสันหลังให้มากๆค่ะ แล้วค่อยทำ อย่ารีบเร่งเข้าท่าแล้วบังคับตัวเองจนเกินความพร้อมของร่างกายนะคะ ถ้าเกินจุด maximum ได้กลับมาจุดที่คุณสามารถคงอยู่ในอาสนะได้นานและรู้สึกไม่เจ็บปวดและยังคงการหายใจอยู่
เห็นด้วยกับคุณบอมบ์ นิ่ง สบาย ใช้แรงแต่น้อย มีสติ
บางคนที่ฝึกสไตล์อื่น บอกว่าขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำท่า แอ่นหลัง ที่จะช่วยให้หลีกเลี่ยงจากอาการบาดเจ็บ ไม่ทราบเกี่ยวกันอย่างไร ขาแข็งแรง แล้วหลังไม่บาดเจ็บ งงงงงงงงงง
จริงๆ การฝึกโยคะก็คือการบริหารกระดูกในทิศทางต่างๆ เช่น ก้ม เงย(แอ่น) เอียงซ้ายขวา บิด เพื่อให้กระดุกสันหลังเคลื่อนไหว
ข้อต่อเส้นเอ็นเส้นประสาท ที่อยู่ตามกระดูกสันหลังก็ได้มีการยืดหยุ่นเคลื่อนไหว หรือคือการบริหารนั่นแหละครับ
การทำเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ ถ้าเป็นหลักของสถาบันคือ นิ่ง สบาย ใช้แรงแต่น้อย มีสติ
คือเราทำท่าไหนก็แล้วแต่ เคลื่อนไหว ช้าๆ และจังหวะที่ต้องค้าง(นิ่ง)ต้องอยู่ในจุดที่ตัวเองรู้สึกสบาย ไม่ฝืนเกินไปจนบาดเจ็บแต่ไม่ย่อหย่อน
ที่สำคัญต้องมีสติ เพราะถ้าเรามีสติ เราจะรับรู้ว่าร่างกายส่วนที่เรากำลังทำ ตึงหรือเกร็งเกินไปไม๊ เจ็บแบบกล้ามเนื้อไม่เคยฝึกมาก่อน หรือเจ็บแบบบาดเจ็บจากการฝืน และมีสติเราก็จะรู้ได้ว่าเราฝึกเพื่อเรียนรู้ตัวเอง ไม่ต้องไปแข่งกับตัวเองว่าต้องทำให้ได้มากกว่าเมื่อวาน
ไม่ต้องไปแข่งกับผู้อื่นว่าต้องตัวอ่อน หัวต้องติดเข่าเท่าเขา เร็วกว่าเขา ต้องได้เท่าครูฝึกสอน
ขอให้เรามีความสุขในการฝึก ในการเคลื่อนไหว ได้แค่ไหนก็มีความสุขตรงนั้น ไม่ใช่ว่าต้องหัวติดเข่าก่อนถึงจะมีความสุข ต้องทำท่างูขึ้นได้สูงกว่าใครแล้วจะสุขมาก เท่านี้ก็น่าจะไม่บาดเจ็บนะครับ
กรณีที่บาดเจ็บเพราะมีโรคประจำตัว เช่นหมอนรองกระดูกอักเสบ น่าจะต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางครับ
***ผมเป็นเพียงแค่เจ้าหน้าที่สถาบันไม่ได้มีความรู้มากมายรบกวนสอบถามจากครูบาอาจารย์อีกทีครับ ถือว่าเข้ามาแลกเปลี่ยน***
บอมบ์
back-bending ต่างๆที่พูดมานั้น การบาดเจ็บส่วนมากก็คือการเกิดการบีบอัดบริเวณหลังส่วนล่าง ดังนั้นการหลีกเลี่ยงก็คือการดูที่ความพร้อมและความยืดหยุ่นของร่างกายผู้ฝึกเป็นหลัก เช่น Camel pose เอนได้แค่ไหนก็แค่นั้น หากต้องการลงได้มากๆก็ต้องหมั่นฝึกแต่ก็ต้องยึดหลักว่าถนอมร่างกายด้วย เพราะบาดเจ็บแล้วเจ็บนาน หรือ ท่าSpine series ก็เช่นกัน ค่อยๆขึ้น ขึ้รได้ทีละน้อยก็ค่อยๆฝึกไปจนกว่าหลังเราจะแข็งแรงก็จะทำได้ลึกขึ้น มากขึ้น ขอให้ร่างกายเราเป็นครูที่แท้จริง
มีเทคนิคมาแชร์เล็กน้อยเกี่ยวกับพวก back-bending และ Spine series เวลาเข้าท่า พยายามยืดข้อต่อกระดูกสันหลังให้มากๆค่ะ แล้วค่อยทำ อย่ารีบเร่งเข้าท่าแล้วบังคับตัวเองจนเกินความพร้อมของร่างกายนะคะ ถ้าเกินจุด maximum ได้กลับมาจุดที่คุณสามารถคงอยู่ในอาสนะได้นานและรู้สึกไม่เจ็บปวดและยังคงการหายใจอยู่
เห็นด้วยกับคุณบอมบ์ นิ่ง สบาย ใช้แรงแต่น้อย มีสติ
บางคนที่ฝึกสไตล์อื่น บอกว่าขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำท่า แอ่นหลัง ที่จะช่วยให้หลีกเลี่ยงจากอาการบาดเจ็บ ไม่ทราบเกี่ยวกันอย่างไร ขาแข็งแรง แล้วหลังไม่บาดเจ็บ งงงงงงงงงง
โยคีเอ้อระเหย
แสดงความคิดเห็น